แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดความอ้วน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดความอ้วน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แนะนำ…เคล็ดลับการลดต้นขา



ต้นขาใหญ่เป็นปัญหาระดับชาติสำหรับสาวๆ เลยก็ว่าได้ ก็แบบขาบวม ขาใหญ่สาวๆ ที่ไหนจะชอบหล่ะค่ะจริงไหม จะใส่อะไรก็ไม่สวย แล้วยิ่งสาวๆ ที่ชอบถ่ายรูปนะค่ะจะบอกเลยว่าถ้ามีปัญหานี้นะเครีดกันเป็นแถวๆ เลยค่ะทีนี้ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะทุกปัญหาของความสวยแก้ไขได้ง่ายๆ แล้ววันนี้เราก็จะมาแนะนำ เคล็ดลับการลดต้นขา มาให้สาวๆ ได้ฟินกันค่ะ อาจจะอยู่ในโหมดความยากในการลด แต่ขอบอกเลยนะค่ะว่า เคล็ดลับการลดต้นขา ที่เรานำมาฝากกันนี้ก็เป็นวิธีง่ายๆ แต่จะได้ผลไหม อันนี้สาวๆ ก็ต้องไปทดลองกันเองแล้วนะค่ะ


ตอนนี้คาดว่าสาวๆ นั้นก็คงน่าที่จะพร้อมแล้วกับการไปดูไปพิสูจน์ เคล็ดลับการลดต้นขา นี้กันแล้วใช่ไหมหล่ะค่ะ งั้นอย่ามัวรอช้าเลยนะค่ะเราไปดู เคล็ดลับการลดต้นขา กันเลยค่ะว่าจะทำให้สาวๆ นั้นฟินได้ขนาดไหน พร้อมแล้วเราก็ลุยโลด


เผย เคล็ดลับการลดต้นขา

1. วิธีออกกำลังกาย ..ที่ดีที่สุดคือ การว่ายน้ำ
และในการว่ายน้ำนั้น คุณก็สามารถบริหารขาในน้ำไปด้วย คือ
- ขณะที่คุณอยู่ในสระน้ำ ให้ใช้แขนทั้ง 2 ข้างจับขอบสระ คว่ำหน้า ยืดขาให้ลอยตัว เหยียด ให้ตรงพร้อมกับตีขา ทำไปเรื่อยจนรู้สึกเหนื่อย ให้หยุดสักครู่ แล้วทำต่อ ประมาณ 10-15
ครั้ง
- ยืนในน้ำ หันข้างให้ขอบสระ ใช้มือหนึ่งจับขอบสระ อีกข้างหนึ่งท้าวสะเอว เหยียดขาตรง เหวี่ยงขาข้างเดียวกับมือที่ท้าวสะเอว ไปข้างหน้า แล้วเหวี่ยงกลับไปข้างหลัง ทำ 20 ครั้ง
แล้วเปลี่ยนมาทำอีกข้างหนึ่งอีก 20 ครั้ง ทำแบบนี้ซ้ำประมาณ 10-15 ครั้ง

2. วิธีบริหารขาก่อนเข้านอน
ทำง่ายๆ คือ หากางเกงสำหรับกระชับสัดส่วนมาใส่ก่อนนอนสัก 2 ชั่วโมง คุณสมบัติของ กางเกงนี้คือ จะอบร่างกายจนเกิดเหงื่อ และระหว่างนี้คุณก็บริหารขาไปด้วย จะได้ผลเร็วขึ้น
ลองทำตามขั้นตอนนี้นะคะ
1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังตกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง(เสียงอาจจะดังนะคะวิธีนี้)
ทำได้ทุกวันจะดีมากค่ะ

3. วิธีเผาผลาญไขมันส่วนเกินขณะนอนหลับ
คือ การทำให้ร่างกายเกิดเหงื่อในขณะที่กำลังนอนหลับอยู่ วิธีง่ายๆ ได้แก่ การใส่กางเกงกระชับสัดส่วนขณะนอนด้วยและจะให้ได้ผลเร็ว คือคุณต้องไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ เรียกว่า “นอนทนร้อนเพื่อความสวย” ไงคะแต่ต้องขอเตือนว่า วิธีนี้เหมาะกับสาวที่มีความพยายามสูงและอดทนได้เท่านั้นแต่ดิฉันไม่แนะนำให้ทำค่ะเพราะเวลานอนนั้น ร่างกาย ควรได้พักผ่อนให้สบายที่สุด ถ้านอนร้อนๆ อาจทำให้นอนไม่หลับ หรือหลับไม่เต็มตื่นเช้าวันต่อไปของคุณก็จะไม่สดใสเท่าที่ควร




ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

7 เคล็ดลับบอกลาความอ้วน



ถ้าจะว่าไปแล้วเรื่องกินนั้นก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของสาวๆ ทั้งหลาย แต่ก็ยังอยู่ในโหมดที่แบบว่าไม่อยากอ้วนอะ แต่ก็ยังอยากกินอยู่ ไม่ต้องกังวลค่ะเรื่องของความอ้วนนั้นจริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องที่แสนจะยุ่งยากอะไรเล๊ยย เพียงแค่เรามีวิธีเด็ดๆ มีเคล็ดลับดีๆ เท่านั้นแหละทุกอย่างพร้อม แล้ววันนี้เราก็มี 7 เคล็ดลับบอกลาความอ้วน มาฝากสาวๆ กันคร้า


อะๆ เริ่มจะอยากรู้กันแล้วใช่ไหมหล่ะค่ะว่า 7 เคล็ดลับบอกลาความอ้วน ที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้จะเป็นอย่างไร ก่อนที่จะไปดู เราขอบอกสาวๆ ก่อนเลยว่าเตรียมตัวให้พร้อม นับ 1 นับ 2 นับ 3 พร้อมที่จะมีหุ่นสวยกันหรือยังค่ะ ถ้าพร้อมแล้วงั้นตอนนี้เราก็จะของพาสาวๆ ไปพิสูจน์ 7 เคล็ดลับบอกลาความอ้วน กันเลยดีกว่านะค่ะ ขอบอกก่อนเลยว่า 7 ข้อนี้ถ้าทำได้คุณสาวๆ จะมีความสุขกับการลดความอ้วนแน่นอนค่ะ



เคล็ดลับบอกลาความอ้วน

1.ก่อนลงมือทานอาหารควรดื่มน้ำก่อนสักหนึ่งแก้ว 
จะช่วยทำให้คุณทานอาหารได้น้อยลง แต่ก็อิ่มได้

2.ควรทานอาหารในถ้วยหรือจานใบเล็กๆ 
เพราะการที่คุณต้องตักเพิ่มหลายๆรอบ จะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณทานเยอะพอแล้ว

3.การเคี้ยวอาหารต้องเคี้ยวให้ละเอียด
เคี้ยวประมาน 15-20 ครั้งแล้วค่อยกลืน การทานอาหารช้าๆทำให้คุณจะค่อยๆรู้สึกว่าอิ่มจนทานได้ไม่เยอะ

4.อย่ายืนทาน 
ควรนั่งทานให้เป็นกิจลักษณะ เพราะการยืนทานจะทำให้คุณรู้สึกว่าเป็นการกินเล่นๆ แล้วคุณก็จะไปหนักในมือถัดไป

5.ทานอาหารแล้วอย่าทานหมดนะ 
ต้องเหลือไว้บาง นิดหน่อยก็ยังดี บางคนอาจจะเสียดาย แต่อยากให้จำไว้ถ้าเรากินเพราะเสียดายก็ไม่มีทางผอมค่ะ กินเพื่ออยู่พอค่ะ อย่าอยู่เพื่อกิน ยังไงประโยคนี้ก็ยังใช้ได้อยู่นะค่ะ “You are what you eat”

6.ออกกำลังกาย
เล่นกีฬาที่เราถนัด เพื่อที่กล้ามเนื้อเราจะได้กระชับขึ้นและเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย

7.การทานอาหารเช้า
รู้ไหมว่ามันเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าคุณทานอาหารเช้า แล้วพอตอนบ่ายคุณทานอีก ตกเย็นคุณจะไม่หิวโซ จึงทำให้คุณทานอาหารเย็นได้น้อย และการเผาผลาญก็จะเร็วกว่าคนที่มาเริ่มต้นทานตอนบ่าย เคยมีคนบอกว่า “มื้อเช้าให้ทานอย่างพระราชา มื้อเที่ยงให้ทานอย่างคนธรรมดา มื้อเย็นให้ทานอย่างคนจน” เชื่อไหมค่ะถ้าทำตามนี้ผอมแน่ มื้อเช้าคุณอยากทานอะไรก็ตามใจเลยเต็มที่ แต่มื้อเย็นคุณควรทานแต่พอกิน นิดๆหน่อยๆพอ แล้วคุณเชื่อไหมว่าคุณไม่ต้องทนทรมานหิวโหยต้องอดมื้อกินมื้อ คุณกินได้ทุกมื้อแต่ต้องรู้จักกินเท่านั้นแหละค่ะ

เรื่องอาหารเช้าอยากให้ลองทำดูนะค่ะเพราะดิฉันเองรู้สึกว่าตัวเองใช้แล้วได้ผล เลยอยากมาแนะนำให้คนที่อยากผอมแต่อยากกินทุกอย่าง อย่างดิฉัน แล้วน้ำหนักคุณจำค่อยๆลดลงเองค่ะ
จริงๆสูตรการทานก็ไม่มีอะไรมาก

มื้อเช้า ทานอาหารหนักๆ พวกข้าว ก๋วยเตี๋ยว อยากทานขนมต่อก็ได้ค่ะ มื้อเช้าอยากทานอะไรก็ทานเต็มที่ค่ะ ทานให้อิ่มเลยนะค่ะ
มื้อเที่ยง ทานอาหารที่ไม่ใช่อาหารหลัก ทานพวกไส้กรอก ขนมปัง ไข่ ผลไม้ ขนมหวานก็ได้ ไปๆมาๆเหมือนทานอาหารเช้าเลย แต่ถ้าอยากทานข้าวก็ทานสักครึ่งจานพอค่ะ
มื้อเย็น ทานแค่พออิ่ม เช่น ส้มตำ ผลไม้ เกาเหลา อาหารเบาๆพอค่ะ เป็นอาหารที่ย่อยง่ายๆจะดีมาก

ดิฉันสังเกตเอาเองนะว่าที่น้ำหนักลดลงเพราะ มื้อเช้าเราทานจนอิ่ม จึงทำให้มื้อเที่ยงเราไม่หิวมากนัก กินได้นิดหน่อยพออิ่ม ตกเย็นเราก็จะยังรู้สึกว่ายังอิ่มอยู่เลยเพราะทานมาทั้งวัน ตอนเย็นเลยทำให้เราทานได้ไม่เยอะ ร่างกายเราก็เผาผลาญตั้งแต่เช้าเลยทำให้ระบบเผาผลาญได้เร็วกว่าคนที่ไม่ทานข้าวเช้า ยังไงก็ลองดูแล้วคุณจะรู้ว่าได้ผลหรือเปล่า



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

เผย ” เคล็ดลับกระชับหุ่นสวย”


มันจะมีช่วงหนึ่งที่แบบว่าเราจะโดนทักให้เฟลว การทักที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเรานั้นเสียความมั่นใจแบบสุดๆ ถึงขั้นเครียดได้เลย มีไม่กี่อย่างค่ะ แต่ที่หนักเห็นจะเป็นคำพูดที่ว่า “ช่วงนี้อ้วนไป” ได้ยินแล้วเหมือนจะเป็นคำฆ่าคนเลยค่ะ


แล้วที่นี้คำพูดเหล่านี้จะฝังและตราตรีงอยู่ในเซลล์สมองของสาวๆ บอกเลยค่ะว่าคำนี้มันฝังแน่นมาก หลังจากนั้นสาวๆ จะกลายร่างมาเป็นคนขยันทันที ขยันหาเคล็ดลับต่างๆ เพื่อมาลบคำๆ นี้ออก แต่บอกเลยลดเท่าไหร่ก็ไม่พอใจค่ะ อิอิ ทำทุกวิธี ลองหมดทุกเคล็ดลับ แต่ติดตรงทีขยันทำขี้เกียจทำนี้สิคะ จบเลยเลยทันที แต่วันนี้ค่ะสาวๆ จะไม่เหนื่อยอีกต่อไปเพราะว่าวันนี้เราจะมา เผย “ เคล็ดลับกระชับหุ่นสวย” ให้สาวๆ ได้รู้กันค่ะ บอกก่อนเลยนะว่า เคล็ดลับกระชับหุ่นสวย นี้นะค่ะเป็นเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้การมีหุ่นสวยของสาว เห็นผลได้รวดเร็วขึ้น แต่ขอย้ำว่าต้องทำตามให้ครบนะค่ะ ถ้าอยากสวยก็หยุดขี้เกียจซะ เอาเป็นว่าตอนนี้พร้อมที่จะมีหุ่นสวยกันหรือยังค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดู ไปทำ เคล็ดลับกระชับหุ่นสวย กันเลยดีกว่าค่ะ


เคล็ดลับกระชับหุ่นสวย

1.ช่วงนี้ให้หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีผลไม้ เป็นส่วนประกอบทุกชนิด หาอะไรที่เคี้ยวได้และแคลอรีต่ำกินแทน

2.กินไฟเบอร์ ให้ได้ 25-35 กรัมต่อวัน

3.หากรู้สึกหิว ให้หาโปรตีนกินรองท้องไปก่อนสักเล็กน้อยจนกว่าจะถึงมื้อต่อไป

4.ควรกินปลาอย่างน้อย 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์เพื่อให้ร่างกายได้ไขมันที่จําเป็น

5.เพิ่มรสชาติให้กับมื้ออาหารของคุณด้วยพริกขี้หนูสดสิคะ เพราะนอกจากจะได้รสที่จัดจ้านแล้ว ยังช่วยเร่งอัตราเมตาบอลิซึ่มได้ดีอีกด้วยค่ะ

6.ควรดื่มชาเขียวมากๆ เพื่อช่วยในการเผาผลาญไขมัน

7.พยายามอย่าให้ตัวเองรู้สึกเบื่อ เครียด หรือเศร้าใจมากๆ ควรหากิจกรรมเสริมทําเพื่อช่วยให้รู้สึกดีขึ้น อย่างเช่น การเล่นโยคะ นั่งสมาธิ หรือกินสมุนไพรแก้เครียดอย่าง โสม เป็นต้นค่ะ

8.หาสิ่งที่ไม่ใช่การกินทําในยามว่างบ้าง เช่น ออกกําลังกาย อ่านหนังสือ ฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ต หรือเข้าสปา

9.ลิสต์รายการ 25 อย่างที่ควรทํา แทนการกินและอย่าลืมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยนะจ๊ะ โดยเฉพาะเวลาที่กําลังจะหยิบขนมเข้าปากน่ะ

10.นําสตรอเบอร์รี่หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ไปแช่เย็นจนแข็ง แล้วเอามากินเมื่อรู้สึกเหงาปาก ดูมีประโยชน์กว่าอมลูกกวาดเป็นไหนๆ จริงมั้ยคะ



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

ลดความอ้วนง่ายๆ … ด้วยการดื่มน้ำผลไม้



ถ้าพูดถึงผลไม้เรารู้กันอยู่แล้วว่าส่วนมากนั้นประโยชน์หลักที่สาวๆ สนใจคือช่วยในเรื่องของการลดความอ้วน บางคนอยากผอมค่ะมื้อเย็นงดและทานผลใม้ไม่อ้วนแทน แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่นะค่ะไม่บางชนิดก็มีน้ำตาลสูงกินมากๆ อาจจะทำให้อ้วนได้.


เพราะฉะนั้นแล้วถึงจะทานผลไม่ก็ต้องเลือกที่มีกากใยอาหารสูง แต่น้ำตาลน้อย และมีวิตมินซีสูง นี่แหละค่ะที่จะเป็นเคล็ดลับ ลดความอ้วนง่ายๆ  ของสาวๆ แล้วการทานผลไม้ที่สาวๆ ให้ความนิยมจะมาในรูปแบบของเหลว หรือที่เรียกว่าน้ำผลไม้ น้ำผลไม้นั้นสกัดออกจากผลไม่ก็จริงนะค่ะ แต่ก็ไม่ร้อยเปอร์เซน ไหนจะผสมนู้น นี่ นั้น แต่งกลิ่น แต่งสี ที่สำคัญน้ำตาลเยอะมากๆ ตัวอ้วนเลยหล่ะค่ะ แต่เพราะความง่าย และสะดวกสาวๆ ก็เลยจำเป็นขนาดนั้นแต่ก็ยังยึดหลักไม่อยากอ้วนอยู่ดี วันนี้เราก็เลยมีทริป ลดความอ้วนง่ายๆ … ด้วยการดื่มน้ำผลไม้ มาฝากกันค่ะ ทีนี้ต่อให้ดื่นน้ำผลไม้มากแค่ไหนก็ไใช่ประเด็ด งั้นเอาเป็นว่าตอนนี้เราไปดูกันเลยดีกว่านะค่ะว่าทริปการ ลดความอ้วนง่ายๆ … ด้วยการดื่มน้ำผลไม้ ที่เราได้นำมาฝากนี้จะเป็นอย่างไร

เผยเคล็ดลับ ลดความอ้วนง่ายๆ

 ผลไม้ดีอย่างไร ข้อนี้ไม่ต้องพูดยืดยาว เพราะเป็นที่รู้กันว่า ผลไม้โดดเด่นในเรื่องให้วิตามิน เกลือแร่ที่สำคัญๆ ต่อร่างกาย ยังมีใยอาหาร และก็ให้พลังงานด้วย ผลไม้เป็นอาหารที่มีข้อดีโดดเด่นสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ความอร่อย รสชาดมีให้เลือกทั้งเปรี้ยว หวาน มัน กลิ่นหอม สีสวย มีให้เลือกลิ้มชิมรสหลายหลายจริงๆ ใครไม่ชอบกินผลไม้ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร แต่ผลไม้มีรสหวานตามธรรมชาติ ซึ่งรสหวานนั้นเย้ายวนให้ผู้กินหลงไหลติดในรสชาดหวานได้ง่ายๆ และความหวานนี้ก็คือน้ำตาลธรรมชาติที่อยู่ในผลไม้นั่นเอง ที่นี้ความหวานหรือน้ำตาลมักเป็นอุปสรรคของคนที่เป็นเบาหวาน เพราะต้องระมัดระวังปริมาณน้ำตาลในร่างกาย ดังนั้นคนที่เป็นเบาหวานจึงควรกินผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม เกณฑ์โดยทั่วไปสำหรับคนที่เป็นเบาหวานสามารถกินผลไม้ได้ ครั้งละ 1 ส่วน / มื้ออาหาร


ปริมาณผลไม้ 1 ส่วน จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปริมาณคาร์โบไฮเดรต ในผลไม้ชนิดนั้นๆ ซึ่งพอจะคำนวณปริมาณได้ง่ายๆ ดังนี้
ผลไม้ผลเล็ก : 1 ส่วน = 4 – 8 ผล เช่น ลำไย ลองกอง เงาะ องุ่น
ผลไม้ผลกลาง : 1 ส่วน = 1 – 2 ผล เช่น ส้ม ชมพู่ กล้วยน้ำว้า
ผลไม้ผลใหญ่ : 1 ส่วน = 1 / 2 ผล เช่น มะม่วง ฝรั่ง แอปเปิล
ผลไม้ผลใหญ่มาก : 1 ส่วน = 6 – 8 ชิ้นพอคำ เช่น สับปะรด แตงโม มะละกอ

ผลไม้หลายชนิดกินแบบสดๆ แล้ว ยังนิยมทำเป็นน้ำผลไม้ดื่ม เพื่อความสดชื่นและแก้กระหายด้วย คนเป็นเบาหวานสามารถดื่มน้ำผลไม้ได้เช่นกัน เพียงแต่ดื่มให้พอเหมาะ อย่าติดใจในรสชาดจนดื่มเพลินมากเกินไป

น้ำผลไม้คั้นสด (ไม่มีกาก) ดื่มได้ครั้งละไม่เกิน 1/2 ถ้วยตวง (120 ซีซี) การดื่มน้ำผลไม้แต่ละครั้งปริมาณมากจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงและยากต่อการควบคุม

คนเป็นเบาหวาน ที่ต้องการดื่มน้ำผลไม้ปริมาณมากขึ้น อาจทำเป็นน้ำผลไม้ปั่น โดยใส่ผลไม้ชิ้นปริมาณตามที่กินได้ใน 1 ส่วน เติมน้ำแข็งได้ตามชอบ ปั่นให้ละเอียด แต่ที่สำคัญคือต้องไม่เติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมอย่างเด็ดขาด ถ้าต้องการรสหวานเพิ่มให้ใช้น้ำตาลเทียมแทนเท่านั้น



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

เคล็ดลับผอมเพรียว….ได้ง่ายๆ

หุ่นดีผอมเพรียวเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ยากและดูจะสิ้นหวังสำหรับสาวๆ เหลือเกิน ก็เพราะว่าเรื่องกินนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับสาวๆ โดยเฉพาะการกินจุกกินจิกเนี้ย เป็นเรื่องที่ถนัดเลยจร้า จะให้มาหยุดกันนะหรอค่ะ หึหึ อย่าฝัน และจะบอกว่าการกินนี่นะเป็นอะไรที่สร้างความฟินให้สาวๆ เป็นอย่างมาก และนี่แหละค่ะที่เป็นสาเหตุให้เกิดคำว่าอ้วนได้


แต่ว่าวันนี้เราอยากจะบอกว่าสาวๆ อย่าได้กังวลใจไปเลยค่ะเพราะว่าวันนี้เรา ได้นำเอา เคล็ดลับผอมเพรียว….ได้ง่ายๆ มาฝากสาวๆ กันค่ะ อะๆ เริ่มจะฟินกันแล้ว งั้นเอาเป็นว่าตอนนี้เราอย่ามัวรอช้าอยู่เลยนะค่ะ เราไปดูกันเลยดีกว่านะค่ะว่าเคล็ดลับผอมเพรียวที่เราได้นำมาฝากกันนี้จะเป็นอย่างไร แล้วจะสามารถช่วยสาวๆ ได้มากน้อยขนาดไหน ถ้าพร้อมแล้วเราก็ไปดูกันได้เลยจร้า Let’s go จร้า

เคล็ดลับผอมเพรียว

1. เลิกให้รางวัลตัวเอง
ตำราบางเล่มสอนว่า เวลาที่น้ำหนักลดลงสักกิโลครึ่งกิโล สาวๆ ควรให้กำลังใจตัวเองด้วยของโปรดสักมื้อ แต่นั่นคือการเพิ่มความอ้วนที่เร็วมากๆ เพราะคนที่อดมานานพอได้เจอกับของโปรดก็จะพุ่งเข้าใส่เหมือนตายอดตายอยาก.. จากนั้นก็จะอิ่มจนออกกำลังกายไม่ไหว ทีนี้น้ำหนักที่หายไปก็จะกลับมาหาอย่างง่ายดาย เฮ้อ .. เสียดายเวลาที่ลำบากลำบนลดไปจัง

2. กินเฉพาะเวลาหิว
ก่อนจะกินให้ถามตัวเองก่อนว่าเราหิวจริงๆ หรือเล่า วิธีทดสอบก็เล่นไม่ยาก ให้คุณทำตารางระดับความหิวของตัวเองขึ้นมา ไล่ไปตั้งแต่ 1 ถึง 10 ถ้าคะแนนความหิวอยู่ตั้งแต่ 7 ขึ้นไปก็กินได้ แต่ถ้าความหิวอยู่ต่ำกว่า 7 ถือว่าเป็นแค่ความอยากเท่านั้น

3. สร้างความตื่นเต้นให้ตัวเอง
เวลาที่เราอยู่เฉยๆ ระดับการเผาผลาญจะต่ำ ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้น้อย แต่ถ้าเราตื่นเต้น ระดับการเผาผลาญก็จะสูงไปด้วย จึงต้องทำอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา เช่นถ้านั่งทำงานก็เกร็งหน้าท้องไปด้วย ลุกขึ้นเดินวนรอบห้องสักสองสามรอบ หรือถ้าไม่มีใครอยู่ก็อาจจะวิดพื้นสักสิบที สลับกับการนั่งทำงาน ถ้าทำแบบนี้พวกกับจำกัดอาหาร รับรองว่าแค่อาทิตย์เดียวรูปร่างจะเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

4. กินให้เพียงพอ
การกินน้อยไม่ใช่วิธีลดความอ้วนที่ดีเลย เพราะร่างกายจะรู้สึกว่าได้รับพลังงานเพียงพอ ระบบทุกอย่างก็จะทำงานช้าลง รวมทั้งระบบเผาผลาญของเราด้วย แทนที่จะผอมน้ำหนักก็เลยกลับเพิ่ม แถมยังอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เซื่องซึม หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ เห็นไหม ไม่มีอะไรดีเลย วิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้องนั้นสาวๆ ต้องกินให้อิ่ม เพียงแต่ต้องเลือกกินอาหารที่ไขมันต่ำและหนักท้องเท่านั้นเอง

5. อย่างดโปรตีน
วิธีลดน้ำหนักของบางคนคือการอดโปรตีน ซึ่งก็จะได้ผลจริงๆ เพราะโปรตีนคือตัวสร้างกล้ามเนื้อให้ร่างกายเมื่อไม่กินตัวก็จะเล็กลง แต่ในระยะยาวแล้ววิธีนี้จะทำให้เสียสุขภาพ และในที่สุดก็จะอ้วนขึ้นอีก เพราะร่างกายต้องการโปรตีนเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญ สาวๆ จึงต้องกินโปรตีนแต่ต้องเลือกกินแต่โปรตีนไขมันต่ำอย่างเนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน โยเกิร์ต ถั่ว เป็นต้น

6. มะขามคือคำตอบ
ผลไม้ไทยราคาถูกอย่างมะขามนี่ล่ะคือกุญแจสู่ความเพรียวที่เราคาดไม่ถึง เพราะมะขามมีสารที่เรียว่า “กรดไฮดรอกซีไซตริก” หรือ HCA กรดนี้มีสรรพคุณในการสกัดความอยากอาหาร และทำให้ร่างกายดึงเอาไขมันออกมาใช้เป็นพลังงาน กินมะขามบ่อยๆ ไขมันไม่หมดก็ให้มันรู้ไป

7. มองตาสูตรที่ใช่
แต่ละคนจะมีวิธีลดน้ำหนักที่เหมาะกับตัวเองต่างกันไป เพราะกระบวนการทำงานของร่างกายคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฉะนั้นสูตรที่เพื่อนคุณใช้แล้วเวิร์ค จึงอาจจะไม่ได้เรื่องสำหรับคุณ จึงต้องลองหลายๆ สูตรจนกว่าจะได้สูตรที่เกิดมาเพื่อคุณ จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่งความผอมได้เลย

8. ปรุงรสปรุงรูปร่าง 
รสชาติเป็นตัวชูโรงที่ทำให้อาหารไขมันต่ำน่าเบื่อๆ ของเราอร่อยขึ้น สาวๆจะได้เกิดความฮึกเหิมที่จะกินมื้อต่อๆ ไปได้ นอกจากนี้ถ้าปรุงรสให้แซบเข้าไว้ จะช่วยให้คุณบรรลุสู่เป้าหมายเร็วขึ้นอีกด้วย เพราะสารแคปไซซินตัวการสร้างความเผ็ดสามารถกระตุ้นระบบเผาผลาญของเราให้ทำงานดีขึ้น และสลายไขมันได้มากกว่าปกติ

9. เพิ่มผักเป็นดับเบิ้ล
ถ้าคุณกำลังกินผักอยู่แล้ว ต่อไปนี้ให้เพิ่มปริมาณผักให้มากขึ้นเป็นสองเท่า และควรจะกินผักให้หลากหลายชนิด แค่นี้คุณก็จะไม่เหลือเนื้อที่ในท้องไปกินขนมกรุบกรอบอย่างอื่น และระบบขับถ่ายยังจะดีอีกด้วย



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “นมเปรี้ยวกินแล้วผอม”


เป็นความเชื่อที่ไม่ใช่เรื่องจริงเลยค่ะ โดยเฉพาะสาวๆ ที่เชื่อกันอย่างเป็นตุเป็นตะว่านมเปรี้ยวกินแล้วผอมเพราะอะไรทำให้คิดแบบนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นนมที่ไม่หวานมาก ไม่มีไขมัน กินแล้วอยู่ท้อง หรือเพราะมันไม่หวานไม่มีไขมันนี้ นี่แหละค่ะที่เป็นสาเหตุให้เราเข้าใจกันไปว่ากิน นมเปรี้ยวกินแล้วผอม แต่ขอบอกว่าไม่จริงเลยค่ะ ไม่ใช่เรื่องจริงและเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนะค่ะ ไม่ใช่ว่ากินนมเปรี้ยวไปเยอะๆ เดี๋ยวก็ผอม คุณพระ! มีโอกาสท้องเสียได้เลยนะค่ะนั้นหน่ะ

วันนี้ค่ะวันนี้เรามีเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการ “นมเปรี้ยวกินแล้วผอม” จะมาบอกกัน แล้วเราก็ยังได้นำความจริงที่ถูกต้องขอการกินนมเปรี้ยวในปริมาณเยอะๆ มาฝากกันด้วยนะคะ ณ เวลานี้ใครทีติดทานนมเปรี้ยวแบบเยอะๆ เพราะหวังที่จะผอม และมีหุ่นดี หยุดค่ะ หยุดทาน แล้วเรามาทำความเข้าใจกับนมเปรี้ยวซะใหม่นะค่ะ ทานแต่พอดีไม่เป็นไร แต่ถ้าทานเยอะไปก็อาจจะไม่ใช่เรื่องดีนะคะ

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการ “นมเปรี้ยวกินแล้วผอม”
เชื่อว่ามีคุณผู้หญิงหลายๆท่านที่เข้าใจว่าดื่มหรือรับประทานนมเปรี้ยว จะช่วยลดความอ้วนได้  เราจะมารู้จักนมเปรี้ยวกัน นมเปรี้ยวหรือโยเกิรต์ทีที่มีวางในท้องตลาด แบ่งออกได้เป็น 2ประเภทใหญ่ๆคือชนิดของเหลว สามารถดื่มได้ทันที กับชนิดกึ่งแข็งกึ่งเหลว โดยนมเปรี้ยวจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากการนำนมไปหมัก ด้วยจุลินทรีย์ที่ไม่ทำให้เกิดโรค อาจมีการเติมวัตถุอื่นที่จำเป็นต่อกรรมวิธีการผลิต และอาจมีการปรุงแต่งสี กลิ่น รส ด้วย สำหรับจุลินทรีย์ที่นิยมใช้กันเป็นแบคทีเรียกลุ่มแลคโตบาซิลลัส และสเตรปโตคอคลัสซึ่งแบคทีเรียนี่เปลี่ยนน้ำตาลแลคโตส ในนมให้เป็นกรดแลคติด ทำให้ที่มีปัญหาเกิดอาการท้องเสียจากการดื่มนมเนื่องจากร่างกาย ไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ สามรถรับประทานนมเปรี้ยวแทนนม และได้รับคุณค่าทางอาหารของนมได้



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

กินจุ๊บจิ๊บยังไงก็ไม่อ้วน!



เมื่อคิดว่าอ้วนก็ไม่กล้าที่จะกินจุ๊บจิ๊บจริงไหม แต่เชื่อเหอะสาวๆ จำนวนไม่น้อยเลยละที่อดใจไว้ไม่อยู่ถึงรู้ว่ากินแม้เพียงเล็กน้อยในวันนี้จะทำให้ฉันอ้วนเป็นหมูตอนก็เถอะและก็คงคิดในใจว่าพรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้วันนี้ของโปรดอยู่ตรงและไม่ได้มีบ่อยๆ ด้วยใช่ไหมละค่ะ


แล้วคิดอย่างงี้ก็มีของโปรดของคุณแบบใหม่ๆ มาให้เจอกันทุกวันซิน่าทีนี้ละลดไม่ลงกันและทีนี้ ฮ่าๆๆๆ เอาเถอะแต่ถึงแม่ว่าจะทำให้ฉันอดใจไม่อยู่ทำใจไม่ได้เท่าไหร่ก็ตามแต่วันนี้เรายังคงมีทางออกทางใหม่สำหรับสาวๆ ที่ชอบกินจุ๊บจิ๊บให้ได้ไม่อ้วนกันกับเทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้กินจุ๊บจิ๊บยังไงก็ไม่อ้วน! ค่ะ แล้วทีนี้คงมีคำถามตามมาว่าฉันอยากกินไรก็ได้กินได้แล้วใช่ไหมไม่นั่งกลืนน้ำลายอึกๆ อีกต่อไปรึเปล่า นั้นถ้าสงสัยกันขนาดนี้ลองมาดูคำตอบกันดีกว่าค่ะว่าคุณจะกินจุ๊บจิ๊บได้อย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้ตัวเองอ้วน


กฎเหล็ก กินจุ๊บจิ๊บยังไงก็ไม่อ้วน!

กฎของการกินของว่างไม่ให้อ้วน คือ กินไม่เกิน 100 แคลอรี่ ต่อ 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาอาหาร แต่ควรเลือกกินคาร์โบไฮเดรตที่มีเส้นใยสูง เช่น ผลไม้ เป็นหลัก จากนั้นก็ค่อยเพิ่มโปรตีนหรือไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อให้อิ่มได้นานขึ้น เช่น

ถ้าอีก 1 ชั่วโมง จะถึงเวลาอาหารมื้อต่อไป ก็ให้ทานแอบเปิ้ลขนาดกลาง 1 ผล

ถ้าอีก 2 ชั่วโมง จะเป็นเวลาอาหารมื้อต่อไป ให้ทานแอบเปิ้ลขนาดกลาง 1 ผล กับเนยถั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

ถ้าอาหารมื้อต่อไปจะได้เวลาในอีก 3 ชั่วโมง ให้ทานแอบเปิ้ลขนาดกลาง 1 ผล  เนย ถั่ว 1 ช้อนโต๊ะ และแคร็กเกอร์ธัญพืช 5 แผ่น

และถ้าอาหารมื้อต่อไปจะมาถึงในอีก 4 ชั่วโมง ก็ให้ทานแอบเปิ้ลขนาดกลาง 1 ผล เนยถั่ว 1 ช้อนโต๊ะ แคร็กเกอร์ธัญพืช 5 แผ่น และนมสดชนิดพร่องไขมัน 1 แก้ว

สำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการบริโภคอาหารเสริมธาตุเหล็กด้วย เพราะธาตุเหล็กที่ได้จากผักและผลไม้ ส่วนมากร่างกายจะดูดซึมได้ยาก

เป็นเรื่องธรรมชาติที่ใคร ๆ ก็ต้องการมีรูปร่างที่ดูดี ฉะนั้น ใครที่ชอบกินจุบจิบ แต่ไม่อยากอ้วนก็ลองกินตามที่เราแนะนำดูนะคะ…


ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

รวมเคล็ดลับ…การมีหุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี



การมีหุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี เป็นเรื่องใหญ่ที่สาวๆ ต้องการ แต่พูดเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะค่ะที่จะให้เป็นแบบนั้น เพราะอะไรนะหรอกค่ะ ก็เพราะว่ามันยากไงค่ะ (หน่ะ กวนแล้ว) ที่บอกว่ายากจริงๆ แล้วเป็นเพราะว่าเคล็ดลับใน การมีหุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี นั้นมันแยกเป็นแจนง จะทำควคู่กันเลยก็แลดูจะอยาก ขนาดแยกกันยังลำบาก แล้วนี้จะให้เอามารวมกันไหวหรอค่ะถามก่อน แต่กจริงนะที่ว่าจะให่มาสวยแบบเป็นอย่างๆ อะมันเสียเวลา จริงๆ แล้วเราน่าจะมีคล็ดลับ การมีหุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี แบบรวมมิตแต่ได้ผลว่าไหมค่ะ

ถ้าเกิดว่าจะพูดขนาดนี้แล้วงั้นวันนี้เราก็จัดการรวมมิตเคล็ดลับเพื่อความงามกันเลยดีไหมค่ะ อิอิ วันนี้ทาง N3K จะมารวมเคล็ดลับ…การมีหุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี ให้สาวๆ กันค่ะ จริงๆ แล้วผู้เชี่ยวชายเขารวมเคล็ดลับ การมีหุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี มาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็เลยนำมาอัพเดทให้สาวๆ ได้รู้กันค่ะ เอาเป็นว่าเราไปรว เอ้ยเราไปดูเคล็ดลับ การมีหุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี กันเลยดีกว่านะค่ะ


เคล็ดลับ…การมีหุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี

1 ดื่มน้ำเยอะๆ  
เพราะนอกจากจะช่วยให้การขับถ่ายดีแล้ว ยังช่วยลดปริมาณอาหารที่เรากินในแต่ละมื้อได้ด้วย

2 สำหรับคนที่ชอบดื่มน้ำผลไม้ 
ขอแนะนำ ให้ดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาลค่ะ เพราะจะช่วยลดความอยากอาหารลง แถมยังส่งผลให้น้ำหนักเราคงที่ในระยะยาวอีกด้วยนะคะ

3 กินอาหารธัญพืชเต็มรูป 
อย่างเช่น ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือแทนข้าวขัดสี เพราะอาหารพวกนี้จะมีไฟเบอร์ช่วยทำให้สุขภาพการขับถ่ายดี อีกทั้งยังช่วยให้น้ำหนักตัวคงที่ด้วยค่ะ

4 รู้หรือไม่ว่า วิตามินเอ บี ซี และอี 
จากผักผลไม้และธัญพืชเต็มรูป สามารถช่วยให้ร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันดี ทำให้ไม่เป็นภูมิแพ้ง่าย

5 ถั่วแห้ง เมล็ดพืช หรือวอลนัท 
อาหารเหล่านี้ จะมีวิตามินอีอยู่ ซึ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ตัวสำคัญทีเดียว โดยเฉพาะถั่ววอลนัท จะมีกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการ และโอเมก้า 3 สูงมากๆด้วย

6 ในผงโกโก้มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า 
ในชาเขียวและไวน์แดง เพราะฉะนั้นหากสาวคนไหนที่ชอบดื่มชาหรือกาแฟเป็นประจำแล้วละก็ ควรหันมาดื่มโกโก้แทนได้แล้วค่ะ ถ้ายังอยากให้สุขภาพดี และหน้าใสอ่อนกว่าวัยอยู่นะจ๊ะ

7 ผลไม้สีเข้มจัดๆ หรือผลไม้รสเปรี้ยว  
ช่วยบำรุงผิวพรรณและมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นอย่างดี

8 หากอยากจะลดน้ำหนัก 
ควรลดอาหารประเภทไขมันให้น้อยที่สุด ฉะนั้นในแต่ละวัน ควรกินคาร์โบไฮเดรตให้ได้ 70 % โปรตีน 20 % และไขมัน 10 % ค่ะ

Good Choice
- แอปเปิ้ล ช่วยลดคลอเลสเตอรอลในเลือด
- องุ่น เครือและราก ใช้เป็นยาขับลม ขับปัสสาวะ รักษาโรคไขข้ออักเสบและมีฤทธิ์ระงับประสาท
- สตรอเบอร์รี่ ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอร์รอลได้ระดับหนึ่ง และมีประโยชน์ต่อระบบเลือด และหัวใจ รวมทั้งช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็งบางชนิดได้
- แตงโม มีสารให้ความชุ่มชื้นต่อผิว ที่แห้งหรือผิวที่ร้อนในช่วงหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

9 เคล็ดลับทำให้ผอมเร็ว


ปัญหาและความต้องการอยากหุ่นดีของสาวๆ สมัยนี้เรียกว่าเป็นทีนิยมมากที่เดียวค่ะ ซึ่งคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธใช่ไหมละค่ะว่าดิฉันเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่อยากผอมไม่อยากหุ่นดีอยากอ้วนจริงไหมละค่ะ เชื่อว่าใครๆ ก็อยากผอมและมีหุ่นที่ดูดีสมบูรณ์แบบด้วยกันทั้งนั้นค่ะ

แล้วว่าด้วยเรื่องนี้แล้วสาวๆ ที่กำลังน้ำหนักขึ้นหรือกำลังอ้วนคงมีความกังวลใจเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยเลยจริงไหมละค่ะ และเมื่อคุณมีความกลุ้มอกกลุ้มใจถึงเรื่องแต่ยังคงทำสิ่งที่ไม่ควรทำอยู่เป็นประจำก็ไม่ไหวนะค่ะ แต่ถ้าใครที่กำลังอยากจะแก้ตัวให้ตัวคุณเองหันกลับมามีหุ่นที่ดีสวยเป๊ะเหมือนดังเดิมอยู่ละก็ วันนี้เราก็มีของขวัญสุดพิเศษมามองให้คุณด้วยค่ะ นั้นก็คือ 9 เคล็ดลับทำให้ผอมเร็วแบบง่ายๆ นั้นเองค่ะ เพียงคุณแค่ปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดเพียงเท่านี้คุณก็จะมีหุ่นที่ดีสวยเป๊ะให้กลับมาดั่งเดิมแล้วละค่ะ ว่าแล้วก็มามาดูกันดีกว่าค่ะว่า 9 เคล็ดลับทำให้ผอมเร็วนั้นเค้ามีการปฏิบัติตัวกันอย่างไรบ้างเอ่ย…


9 เคล็ดลับทำให้ผอมเร็ว

1. เลือกทานแบบโภชนาการ
เวลาจะทานอาหารแต่ละมื้อให้กะปริมาณอาหารโดยรวมทั้งหมดไม่ให้เกิน 1 ฝ่ามือ และเวลาอยากทานขนมของว่างก็ให้งดของกินพวกคุ้กกี้ เค้ก ของขบเคี้ยว ที่มาพร้อมแคลอรี โดยให้เปลี่ยนมาเป็นผลไม้สด ผลไม้อบแห้ง หรือว่าถั่วดีกว่าค่ะ

2. เคลื่อนไหวร่างกายให้มากที่สุด
เวลาเดินก็ขยับแขน ขยับขา แกว่งแขนไปมาแรง ๆ หน่อย เพื่อให้ร่างกายได้ออกกำลัง และคนก็ลดความสนใจในรูปร่างของคุณ อย่างนั่งเกิน 30 นาที ให้ลุกขึ้นขยับเคลื่อนไหวร่างกายบ้างจะได้ไม่ลงพุง

3. เปลี่ยนพฤติกรรม ปรับสภาพจิตใจ
อย่ายืนกิน เพราะจะทำให้เผลอกินมากเกินไป แล้วเวลาไปช้อปปิ้งให้ทานอะไรรองท้องไปก่อน จะได้ไม่รู้สึกหิวจนซื้อของเข้าตู้เย็นมากเกินไป หรือเวลาที่รู้สึกหิวขึ้นมาก็ใช้โทรศัพท์โทรหาเพื่อนสนิท ๆ ที่คุยเก่ง จะทำให้ลืมความหิวได้ และอย่าซื้อแต่ของโปรดของคุณมาแช่ตู้เย็น ลองซื้ออย่างอื่นบ้าง จะได้ไม่กระหน่ำกินจนผอมไม่ลงนะคะ

4. เครื่องมือช่วยผอม
หันมากินด้วยตะเกียบ เพื่อให้กินช้าลงและปริมาณของเข้าปากน้อยลงในแต่ละครั้ง และลองถ่ายรูปคนแล้วนำไปทำโฟโต้ช้อป ให้ดูผอมเพรียว จากนั้นนำมาติดที่บ้านหน้ากระจก หรือติดทั่วตู้เย็นในครัว เวลาเห็นจะได้เป็นแรงผลักดันให้คุณไม่เผลอเปิดตู้เย็น แล้วกินทุกอย่างที่ขวางหน้า

5. กินข้าวนอกบ้าน
เลือกร้านที่อาหารมีราคาแพงหน่อย จะได้กินได้แค่จานเดียว แล้วก็เลือกเมนูที่หรู เพราะอาหารพวกนี้จะมีการจัดจานให้ทานเพียงเล็กน้อย ผู้ดีเค้าไม่ทานอาหารแบบกองโตกัน ส่วนของหวานก็แนะนำให้สั่งมาจานเดียวแล้วคุณแค่ชิมเพียงคำเดียวก็พอ จะได้จำกัดปริมาณการทานของตัวเอง ที่สำคัญอย่ามองเมนูนานเกิน 5 นาที เพราะจะทำให้อยากทานไปหมด

6. เลือกเครื่องดื่มให้แค่พอดื่ม
เลือกระหว่างไวน์หวานกับไวน์หลังอาหารธรรมดา ๆ แบบหวานจะมีแคลอรีถึง 185 แคลอรีซึ่งมากกว่าในบราวนี 1 ชิ้นเสียอีก อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มี “ร่ม” แต่งอยู่ด้วย เพราะจากประสบการณ์บอกว่าพวกนี้มักใช้แก้วขนาดใหญ่กว่าปกติ และเราก็จะได้แคลอรีมากกว่าปกติด้วย ใช้แก้วใบเล็กรินเครื่องดื่มใส่ แล้วค่อย ๆ จิบ แทนที่จะดื่มรวดเดียวหมดขวด

7. ต้องห้ามใจในโอกาสพิเศษ หรืองานเลี้ยง
ถ้าในโอกาสพิเศษแฟนของคุณต้องการจะซื้อของขวัญให้ ให้เลือกเป็นของที่ระลึก หรือเครื่องประดับแทนที่จะเป็นเค้กก้อนโต แต่ถ้าเป็นงานเลี้ยงแล้วล่ะก็ ต้องสาบานกับตัวเองเลยว่าสิ่งที่กินได้มีแต่ออร์เดิฟเท่านั้น   ส่วนเครื่องดื่มที่ควรดื่มคือ รัม ไดเอตโค้ก ยินและไดเอตโทนิกทั้งหลาย

8. การเดินทาง
ให้เลือกทานผลไม้สดดีกว่า มองข้ามมินิบาร์ทั้งหลายไปซะ และเลือกโรงแรมที่มีห้องออกกำลังกายและเข้าไปใช้บริการอย่างน้อย 1 ครั้ง แล้วก็ไม่ต้องถามถึงซุปเปอร์มาเก๊ต หรือว่าตลาดนัด ให้ลองเดินสำรวจเอง ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว


9. การแต่งตัวช่วยอำพราง
ให้เลือกชุดแบบ little black dress ช่วยให้รูปร่างดูผอมเพรียวขึ้นมาทันที และเลือกใช้สีดำ เพราะจะช่วยพรางรูปร่างของคุณได้ดี หรือการเลือกเสื้อผ้าแบบสีโทนเดียวแบบ momochrome จะผอมลงได้ทันที การใส่รองเท้าส้นสูงก็จะทำให้ขาดูเรียวขึ้น นอกจากนี้ การเมคอัพก็ให้เน้นใช้โทนสีธรรมชาติ เน้นที่ดวงตาและควรทาปากสีอ่อนเพื่อไม่ให้คางใหญ่โต และอย่าปัดแก้มสีจัดจนเกินไปจะทำให้ดูหน้ากลม และกางหนักขึ้นไปอีก

ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

ผลไม้ทำให้อ้วนแล้วฉันควรทำไงดีน๊า…???



ก่อนอื่นเราต้องรู้จักเลือกกันก่อนนะค่ะว่าผลไม้ชนิดไหนบ้างที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ลองเลือกจากผลไม้ที่เราชอบทานกันดูก่อนก็ได้ค่ะว่าผลไม้ที่เราชอบทานเป็นประจำนั้นทำให้เราอ้วนหรือช่วยให้เราผอมกันแน่ เพราะเชื่อว่าสาวๆ หลายๆ คนเลยที่ไม่พร้อมที่จะทานผลไม้ได้ทุกชนิดจริงไหมจ๊ะ ก็มีทั้งชอบและทั้งไม่ชอบ งั้นเลือกดูอันที่ชอบกันแล้วถ้าเป็นผลไม้ที่ทำให้อ้วนก็เลือกลองลงมาดูนะจ๊ะ บ้างทีเราค่อยๆ ลดน้ำหนักก็ดีกว่าการลดน้ำหนักแบบหักโฮมนะค่ะ เพราะอาจจะทำให้โยโย่แรงก็ได้จ้า

ผลไม้อ้วนได้อย่างไร?
การที่เราเลือกรับประทานผลไม้จืดหรือเปรี้ยวแทนอาหาร 1 มื้อ เช่น กล้วย ฝรั่ง แอปเปิล แก้วมังกร หรือสับปะรด นับเป็นวิธีการที่ผิดอย่างร้ายแรง เพราะผลไม้บางชนิดนั้นทำให้อ้วนได้ เนื่องจากน้ำตาลในผลไม้นั้นค่อนข้างมาก โดยความหวานที่ว่านี้จะให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งถ้าหวานมากไป น้ำตาลก็จะเปลี่ยนพลังงานให้เป็นไขมันสะสมอยู่ในร่างกาย และนั่นจะก่อให้เกิดโรคอ้วนลงพุง


ทั้งนี้ เราสามารถเปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างง่าย ๆ ได้โดยการรับประทานมะม่วงสุก 3 ลูก จะเทียบเท่ากับการให้พลังงานประมาณข้าวขาหมู 1 จาน หรือถ้าเปลี่ยนจากข้าวมาเป็นผลไม้อย่าง ฝรั่ง หรือมะม่วง ก็เท่ากับรับประทานแป้งเหมือนเดิม แต่มีน้ำตาลมากกว่า ยิ่งไม่รับประทานข้าวซึ่งเป็นโปรตีนและผักที่เป็นไฟเบอร์เลย ร่างกายก็จะเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลในผลไม้เหล่านี้ให้เป็นไขมันสะสมอยู่ดี ดังนั้นก่อนจะลดน้ำหนักด้วยผลไม้จึงควรศึกษาให้ละเอียด


นอกจากนี้ การที่บางคนเลือกรับประทานน้ำผลไม้คั้นเอง แม้จะไม่ใส่น้ำตาลแต่แท้จริงแล้วก็มีน้ำตาลธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งถ้าดื่มแล้วไม่ออกกำลังเผาผลาญทิ้งไป ก็อาจทำให้อ้วนมากกว่าการดื่มนมจืดขาดมันเนยเสียอีก

ขณะเดียวกันผลจากการทดสอบปริมาณน้ำตาลในน้ำผลไม้ยังแสดงให้เห็นอีกว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ 9.27 กรัม/100 มิลลิลิตร หรือประมาณ 2 ช้อนชากว่า ๆ ซึ่งปริมาณน้ำตาลที่นักโภชนาการแนะนำให้รับประทานต่อวันคือไม่ควรเกิน 4 ช้อนชาสำหรับเด็ก และ 6 ช้อนชาสำหรับผู้ใหญ่ หากเราดื่มน้ำผัก-ผลไม้รวมพร้อมดื่ม 1 แก้ว หรือประมาณ 200 มิลลิลิตร เราจะได้น้ำตาลประมาณ 4 ช้อนชา ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อรวมกับอาหารทั้งวันที่รับประทาน และนั่นทำให้คุณรับน้ำตาลเกินความจำเป็น จึงถือเป็นผลเสียต่อสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม การรับประทานผลไม้เพื่อรักษาหุ่นสวยก็ยังมีประโยชน์กว่าการอดอาหาร หรือเลือกทางเดินของยาลดน้ำหนัก เพราะการรับประทานผลไม้จะทำให้เราได้รับไฟเบอร์และวิตามินซีในปริมาณพอเหมาะกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพ


ผลไม้ที่ควรห่าง!
สำหรับผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่ามีน้ำตาลมากก็สังเกตได้ไม่ยาก พวกสีเหลือง ๆ รสหวานจัด ๆ ขอให้ห่างตัวไว้เลยจะดีที่สุด หากคุณยังอยากมีหุ่นสุดเซี๊ยะอยู่ อย่างเช่น ทุเรียน กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม ขนุน มะม่วงสุก เงาะ ลำไย ลองกอง ลางสาด ละมุด


ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

พิชิตความอ้วนให้อยู่หมัดต้องเคล็ดลับนี้!


เมื่อพูดถึงความอ้วนเชื่อว่าสาวๆ ไหนคงอยากจะโยนคำนี้ไปให้พ้นจากหัวสมองกันเลยทีเดียว อยากผอมนะแต่ก็อดที่จะห้ามปากไม่ได้ ขี้เกียจสุดทนอะ ทั้งการตามใจปากและความขี้เกียจที่จะออกกำลังของฉันบอกเลยทนไม่ได้นานทำอยู่ 2-3 วัน ฉันก็เลิกแล้วอะ สาวๆ คนไหนเป็นแบบนี้กันกันบ้าง ถ้าคุณอยากพิชิตความอ้วนให้อยู่หมัด วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาบอกเล่าให้คุณได้รู้กันค่ะ

อันที่ความอ้วนพิชิตกันไม่อยากหรอกนะแต่มันก็ขึ้นอยู่ที่ความตั้งใจและความเพียรพยายามที่จะอดทนนั้นเองค่ะ แต่ก็จะมีสักกี่กันหนอที่ใจพิชิตใจของตัวเองให้กับมายืนหยัดต่อต่อความความอ้วนกันได้บ้าง ก็เข้าใจนะว่าทุกคนอยากเห็นผลเร็วๆ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้ว่ามันจะต้องเป็นไปแบบช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไปค่ะ และต่อไปนี้เราแนะนำสิ่งดีใจกับคุณเพื่อเป็นแนวทางในการเริ่มต้นเล็กๆ ของการจะลดความอ้วนก็เสียก่อนจ้า

ผลการศึกษาพบเคล็ดลับนี้ได้รับการตีพิมพ์วงในวารสาร International Journal of Obesity เป็นผลการศึกษาซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลบริกแฮม แอนด์ วูแมน สหรัฐฯ, มหาวิทยาลัยทัฟส์ สหรัฐ และ มหาวิทยาลัยเมอร์เซีย ประเทศสเปน ที่ได้ทำการสำรวจผู้มีปัญหาน้ำหนักตัวเกินซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศสเปนจำนวน 420 ราย เป็นเวลา 20 สัปดาห์ ทั้งนี้ได้แบ่งผู้กลุ่มศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่กินอาหารกลางวันก่อนเวลา 15.00 น. และกลุ่มที่สองกินหลังจากเวลานั้นลงไป

ทั้งนี้ การรับประทานอาหารเที่ยงของชาวสเปนค่อนข้างมีความแตกต่างจากชาติอื่น ๆ คือรับประทานค่อนข้างช้า และมื้อเที่ยงจะเป็นมื้อที่หนักที่สุดของวัน โดยปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับจากอาหารมื้อนี้เฉลี่ยแล้วราว 40% ของแคลอรี่ที่ได้รับตลอดทั้งวันเลยทีเดียว

เมื่อระยะเวลาการทดลองครบ 20 สัปดาห์ตามกำหนด พบว่า กลุ่มที่รับประทานอาหารเที่ยงหลังเวลา 15.00 น. จะลดน้ำหนักได้ช้าและน้อยกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มที่รับประทานก่อนเวลา 15.00 น.


อาหารเพื่อสุขภาพ
เหตุที่กลุ่มที่รับประทานอาหารเร็วกว่า ลดน้ำหนักได้เร็วและมากกว่าก็เพราะร่างกายได้มีเวลาในการย่อย และดึงพลังงานที่ได้ไปเผาผลาญในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้นานกว่า จึงไม่มีพลังงานส่วนเหลือ หรือเหลืออยู่จำนวนน้อยที่จะถูกนำกลับไปสะสมเป็นไขมัน ทำให้อ้วนน้อยกว่านั่นเอง หรือช่วยลดความอ้วนได้ดีกว่านั่นเอง

การกินอาหารมื้อใหญ่ที่สุดของวันให้เร็วขึ้น จึงทำให้เกิดความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างพลังงานที่ได้จากอาหารว่าจะถูกเผาผลาญให้หมดไป หรือจะถูกสะสมไว้ในรูปของไขมัน

แม้เวลาการกินของชาวสเปนอาจจะไม่เหมือนกันกับเรา แต่เราก็สามารถนำมาปรับใช้ได้เป็นอย่างดีว่า ไม่ควรกินอาหารช้าและมากเกินไปในช่วงใกล้หมดวัน เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาดึงเอาพลังงานส่วนนี้ไปเผาผลาญให้หมด หรือให้ได้มากที่สุดก่อนที่เราจะเข้านอน นอกจากนี้ยังต้องไม่กินมื้อดึกอีกด้วย การกินในมื้อดึกจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นทำให้นอนหลับไม่สบาย และยังไปเพิ่มระดับปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดทั้งกลูโคสและอินซูลิน  ซึ่งจะไปขัดขวางการเผาผลาญไขมันในร่างกายซึ่งมักเกิดขึ้นในระหว่างที่เราหลับด้วย


ใครคิดจะลดน้ำหนักจริงจัง จากนี้ไปก็ต้องกินมื้อเช้า เขยิบเวลามื้อเที่ยง (หากกินหนัก) ควบคุมปริมาณมื้อเย็น และไม่แตะมื้อดึกกันนะจ๊ะ ^^
Read More

สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน 5 กิโลกรัม อย่างได้ผล!



เอาละจ้าสำหรับใครที่กำลังอยากจะลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วนวันนี้เรามีสูตรลดน้ำหนัก 7 วัน 5 กิโลกรัม อย่างได้ผล! มาฝากกันด้วยจ้า แล้วเรื่องการลดน้ำหนักของคุณอย่างรวดเร็วจะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไปจ้า ว่าแล้วจะต้องทำอย่างไรกันบ้างนั้นเรามาดูสูตรลดน้ำหนักกันเลยจ้า.

จะว่าไปแล้วเรื่องความอ้วนก็ไม่เข้าใครออกใครนะค่ะ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายแถมยังไม่ระบุวัยด้วยอีกต่างหากค่ะ เรียกได้ว่าสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัยและทุกคนก็สามารถเป็นเจ้าโรคอ้วนกันได้ค่ะ แต่ ณ ปัจจุบันเชื่อว่าค่านิยมความงามนั้นสูงริบ จะให้นั่งพึ่งศัลกรรมอย่างดีกระเป๋าคงแฟ้บไม่ไหวแน่ๆ สุดท้ายก็หนีไม่พ้นการพึ่งพาตนเองค่ะ

การเพิ่งพาตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเลยกว่าได้ค่ะ แต่การจะลดน้ำหนักให้ได้ดั่งใจนั้นก็ต้องอาศัยความอดทนและความต่อเนื่องกันสักนิดหนึ่งค่ะ แล้วคุณก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างสิ่งที่ใจหวังไว้ได้อย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีคนอ้วนหลายๆ คนที่มาเปิดกระทู้ เปิด blogger การลดน้ำหนักที่เป็นตัวอย่างและกำลังใจให้เกิดแรงกายแรงใจให้ใครหลายๆ คนในการพิชิตน้ำหนักของตัวเอง ขนาดเค้ายังทำได้แล้วเราจะทำไม่ได้ได้ยังไงจริงไหมค่ะ

แต่ก็พอเข้าใจนะค่ะว่าการเริ่มต้นอะไรหลายๆ มันดูจะยากลำบากค่ะ แต่เมื่อเราผ่านพ้นช่วงเวลานั้นไปแล้วสักพักหนึ่งก็จะทำให้เรานั้นชินและสามารถทำต่อได้อย่างง่ายดายค่ะ และสำหรับสูตรลดน้ำหนัก 7 วัน 5 กิโลกรัม ที่นำมาแนะนำกันในวันนี้ก็ไม่อยากบอกหรอกนะว่าจะดีเลยซะทีเดียวค่ะ เพราะก็ไม่ใช่เมนูอาหารที่ครบถ้วน 5 หมู่ และเหมาะกับคนที่แข็งแรงเท่านั้นค่ะ สำหรับใครที่มีร่างกายอ่อนแอหรือสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงเมนูนี้ไม่แนะนำเลยจ้า เพราะเป็นเมนูที่ให้พลังงานน้อยๆ มากเลยค่ะ


สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน 5 กิโลกรัม อย่างได้ผล!

วันที่ 1
เช้า : ข้าวกล้อง 1 ทัพ + ผักลวก + สลัดผักน้ำใส
เที่ยง : สลัดผักน้ำใส + โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
เย็น : มะละกอสุกครึ่งลูก

วันที่ 2
เช้า : น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่เครื่อง 1 ถุง
เที่ยง : สลัดผักปลาทูน่าน้ำใส
เย็น : กล้วย 1 ลูก

วันที่ 3
เช้า : น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่เครื่อง 1 ถุง
เที่ยง : สลัดผักปลาทูน่าน้ำใส
เย็น : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 4
เช้า : น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่เครื่อง 1 ถุง
เที่ยง : เกาเหลาลูกชิ้นน้ำ + น้ำผลไม้ปั่น
เย็น : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 5
เช้า : น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่เครื่อง 1 ถุง
เที่ยง : สลัดผักปลาทูน่าน้ำใส
เย็น : มะละกอสุกครึ่งลูก

วันที่ 6
เช้า : น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่เครื่อง 1 ถุง
เที่ยง : สลัดผักทูน่าน้ำใส
เย็น : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 7
เช้า : น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่เครื่อง 1 ถุง
เที่ยง : เกาเหลาลูกชิ้นน้ำ + น้ำผลไม้ปั่น
เย็น : มะละกอสุกครึ่งลูก


ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

หยุดท้อแท้เรื่องต่อไปนี้…แล้วคุณจะชนะในการลดน้ำหนัก



ถ้าต้องการประสบผลสำเร็จในการลดน้ำหนักหรือการลดความอ้วนนั้นเราควรจะเลิกที่จะท้อแท้และหันมองโลกในแง่บวกและมามุ่งมั่นก็กับการลดน้ำหนักให้ได้อย่างแท้จริงค่ะ การลดน้ำหนักนั้นจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด แต่หลายๆ คนนั้นก็ทำสิ่งนี้ไม่ได้สักทีเพราะด้วยความท้อแท้อันเป็นที่ตั้งที่ทำให้สาวๆ หลายคนทำความฝันนี้ไม่สำเร็จค่ะ

ความท้อแท้ก็เปรียบเสมือนเชือกที่ผูกรัดเราไว้แต่เมื่อเราทำการสลัดหรือหรือแก้ปมที่ผูกมัดเราไว้ได้ความเสร็จและความฝันก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วละค่ะ


อย่าท้อแท้ในเรื่องการกิน
ถึงแม้ว่าเราจะได้กินหรือได้รับประทานอาหารน้อยกว่าคนอื่นและตามใจปากได้น้อยกว่าคนอื่นก็ห้ามเกิดกิเลสโดดเด็ดขาดค่ะ คิดไว้เสมอว่าถ้าฉันผอมกว่าเธอเมื่อไหร่ฉันก็จะกินไม่ยั้งบ้างคอยดู แต่การกินไม่ยั้งนั้นควรกินตอนที่ตัวเองลดน้ำหนักได้เท่านั้นและครั้งเดียวเท่านั้นค่ะ และต้องพยายามควบคุมน้ำหนักตัวเองให้คงทีให้ได้อีกด้วยค่ะ



อย่าท้อแท้ในเรื่องการออกกำลังกาย
แม้ว่าการออกกำลังกายนั้นจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากโดยเฉพาะผู้หญิงด้วยแล้วจะเหนื่อยง่ายกว่าผู้ชายแต่ห้ามท้อแทค่ะเพราะความอดทนของผู้หญิงนั้นไม่แพ้ชายใดในโลกค่ะ ฉะนั้นแล้วเมื่อเรากินไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องเบิร์นน้ำหนักออกตามที่กินไปด้วยนะค่ะ


อย่าท้อแท้กับการลดน้ำหนักที่ไม่สมหวัง
ไม่ว่าจะอีกสักกี่ครั้งที่คุณนั้นไม่สามารถที่จะทำการลดน้ำหนักให้ได้สำเร็จด้วยเองเพราะการเกิดกิเลสใดๆ ก็แล้วแต่อย่าเพิ่งท้อแท้ค่ะ หนึ่งชีวิตของเรายังคงมีโอกาสที่จะได้สิ่งนี้ต่อไปได้อีกแบบไม่มีวันหมดเรายังจะสามารถสำสิ่งนี้ให้สำเร็จและลุล่วงไปได้หากเราไม่ท้อแท้และไม่สิ้นหวังค่ะ


อย่าท้อแท้กับหุ่นหรือสัดส่วนที่คุณยังไม่พอใจ
เรื่องของรูปร่างและสัดส่วนทำให้คุณผู้หญิงหลายคนไม่สบายใจนักและไม่มั่นใจให้หุ่นตัวเองเอาซะทำอย่างไรก็ไม่ออกไปสักที อย่าเพิ่งท้อนะค่ะและห้ามส่องกระจกด้วย เพราะการส่องกระจกแต่ละครั้งคุณอาจะท้อแท้และไม่สบายใจมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นเพื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน คุณควรฟิตรูปร่างให้หนักสักสองสัปดาห์ครั้งหรือหนึ่งเดือนครั้งแล้วค่อยมาส่องกระจกแล้วดูรูปร่างของตัวคุณเองแล้วคุณก็จะได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงแล้วคุณก็จะมีกำลังใจที่จะทำสิ่งนี้ให้ได้ต่อไปค่ะ


อย่าท้อแท้กับการที่โดนคนอื่นดูถูก
ยิ่งคนอื่นดูถูกเราเท่าไหร่เรายิ่งต้องฮึดสู้และทำให้เค้าเห็นว่าเราทำได้เปลี่ยนเรื่องที่ทำให้เราท้อแท้แต่กำลังเป็นกำลังใจให้เราฮึดสู้กับสิ่งนี้ดีกว่าค่ะ


ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com


Read More

มื้อเย็นกินแล้วไม่อ้วนนะ…มีวิธี!


สาวๆ กลัวความอ้วนส่วนมักจะกลัวการทานอาหารมื้อเย็นหรืออาหารมื้อดึกเป็นที่สุดเลยจริงไหมค่ะ เพราะการจะลดน้ำหนักได้นั้นต้องอาศัยความอดทนที่มากอยู่ การตามใจปากมากเกินไปก็จะเป็นบ่อเกิดความอ้วนอันแรงอยากแก่ผู้หญิงอย่างเราจะรับกับสภาพได้ไหว

แต่เมื่อเราเป็นมนุษย์และต้องการการมีสุขภาพที่ดีไปด้วยนั้นการงดมื้อเย็นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งค่ะ แต่สาวๆ คงจะมีคำถามกลับมาว่าแล้วถ้าฉันไม่ทานมื้อเย็นแล้วฉันจะลดความอ้วนได้อย่างไรกัน…เรื่องการอดมื้อเย็นนี้ก็มีส่วนช่วยคุณสาวๆ ให้ได้ผอมลงได้อยู่บ้างแต่ไม่ถึงขนาดช่วยได้เยอะหรอกนะค่ะ แต่อาจจะทำให้สาวๆ อ้วนมากกว่าเดิมก็ได้นะ เพราะกฎของโยโย่เอฟเฟคซึ่งร่างกายของคุณอาจจะโหยหาอาหารซะเป็นเท่าตัวเลยทีเดียวค่ะ และเมื่อเกิดเหตุการโยโย่เอฟเฟคขึ้นคุณสาวๆ เองนั้นและค่ะที่จะยิ่งทำใจกับเรื่องน้ำหนักไม่ได้มากกว่าที่เคยไปอีกทีนี้โรคเครียดถามหาแน่ๆ ค่ะ

การจะกินมื้อเย็นแล้วไม่อ้วนนั้นกฎเหล็กจริงๆ นั้นมีอยู่ให้ปฏิบัติไม่กี่ข้อหรอกนะค่ะ แถมยังมีทางเลือกอีกมากมายในการที่คุณจะเลือกปฏิบัติต่อสุขภาพของตัวเองอีกด้วย เมื่อเรากินอิ่มนอนหลับไม่เครียดเรื่องของการลดน้ำหนักก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายๆ และหมูเลยทีเดียวค่ะ และวันนี้เราก็มีหลายทางมาให้คุณได้เลือกลดน้ำหนักในแบบที่คุณพอใจเลือกแบบที่คุณจะไม่เครียดนะค่ะ เพราะถ้าคุณเครียดการกินของคุณจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยล่ะค่ะ นั้นเรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะมีการทานอาหารอย่างไรให้ครบ 5 หมู่ ได้สุขภาพที่ดีด้วยแล้วก็ไม่ต้องงดเมื้อเย็นอีกต่างหากค่ะ

มื้อเย็นกินแล้วไม่อ้วนทานอย่างงี้ค่ะ ทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ คุณอาจะลองวิธีการแบ่งอาหารให้เท่ากันในแต่ละมื้อ แต่จริงๆ แล้วควรเน้นมื้อเช้าเป็นหลักเพราะว่าสมองของเราต้องการพลังงานส่วนนี้ในตอนเช้ามากๆ เลยค่ะ ยกตัวอย่างการแบ่งมื้อในช่วงลดความอ้วนเช่น วันนี้ปกติคุณจะกินข้าว 1 มื้อประมาณ 3 ทัพ ในการรับประทานอาหาร 3 มื้อ ก็จะเท่ากับ 9 ทัพ แต่มื้ออยู่ในช่วงลดน้ำหนักให้เหลือกสัก 6 ทัพพอแต่ว่าทาน 3 มื้ออาหารด้วยกันค่ะ คุณอาจจะแบ่งเป็นมื้อละ 2:2:2 หรือ มื้อละ 3:1:1 หรือ มื้อละ 3:1.5:0.5 ก็ได้ค่ะ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เมนูครับสามมื้อแล้วค่ะ และแต่ละวันก็ควรที่จะแบ่งทานให้ครบ 5 หมู่ด้วยนะค่ะเพื่อสุขภาพที่ดีค่ะ

แต่ถ้าคุณต้องการอยากตัวเองผอมเร็วแต่วิธีนี้ไม่แนะนำเท่าไหร่นะค่ะ แต่ก็ทำให้คุณไม่ค่อยหิวได้ค่ะ ก็คือจะทำให้คุณได้รับอาหารเพียงมื้อเดียวแต่กิน 3 เวลา เช้า กลาง เย็น ก็จะแบ่ง 1:1:1 ได้ค่ะ สัดส่วนพอที่จะไม่ทำให้คุณต้องหิวแต่ทำให้น้ำหนักลดลงได้แน่ๆ ค่ะ


ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

กินคาร์โบไฮเดรตแบบไม่อ้วนต้องเลือกกันนิดนึง



คาร์โบไฮเดรตคือสารอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลซึ่งจะเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ร่างกายเราได้ใช้ แต่ถ้าเกิดว่าพลังงานนั้นถูกใช้ไม่หมดไปก็จะกลายเป็นไขมันเลวซึ่งก็คือไขมันไม่ดีและจะสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายและทำให้เรานั้นอ้วนนั่นเองค่ะ

และถ้าไม่อยากอ้วนแล้วละก็ก็ต้องเลือกกินคาร์โบไฮเดรตกันสักหน่อยค่ะ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคาร์โบไฮเดรตแบบไหนที่กินแล้วไม่อ้วนวันนี้เราหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ

1. ลูกแพร์ผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตตามที่ร่างกายต้องการน้ำตาลน้อยไขมันต่ำวิตตามินเยอะ ไฟเบอร์สูง ช่วยเรื่องการเผลผลาญทำงานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ

2. แอปเปิลผลไม้ที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์สูง เกลือแร่ และวิตามินมหาศาลเร่งกระบวนการเผาผลาญช่วยให้ขับถ่ายดีจึงทำให้ไขมันไม่สะสมในร่างกาย

3. ข้าวโอ๊ตธัญพืชแสนประโยชน์ ไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ บำรุงหัวใจ ไม่ทำให้อ้วนกินได้เยอะเท่าที่ต้องการ

4. เมล็ดควินหวาธัญพืชอีกหนึ่งชนิดที่ไม่ทำให้อ้วนและทำให้อิ่มนานเหมาะแก่การลดน้ำหนัก แคลอรี่ต่ำ ดีต่าสุขภาพให้พลังงานเยอะไม่หิวง่าย

5. โฮลเกรนไม่ทำให้อ้วนหมดกังวลเรื่องน้ำหนักเพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ใยอาหาร วิตามินมากมายหลากหลายชนิดและเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการอีกด้วย

6. ข้าวป่าข้าวเม็ดเล็กยายสีออกดำแดงแต่มีไฟเบอร์สูงมีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการแถมวิตามินหลากหลายทำให้สุขภาพดีมากช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าบำรุงกำลังได้เป็นอย่างดี

7. เมล็ดอัลมอนด์อร่อยดีเคี้ยวเพลินช่วยให้อิ่มท้องนานกินได้ไม่รู้เบื่อ ช่วยคงสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ ทำให้ไขมันชั้นเลวอยู่ในระดับต่ำคือไม่ทำให้อ้วนแต่ช่วยลดไขมันไม่ดีออกไปแต่ควรรับประทานแค่วันละ 1 กำมือเท่านั้นไม่งั้นจะเกิดผลเสียต่อร่างกายแทนได้ค่ะ

8. มันเทศคาร์โบไฮเดรตแบบหนักแต่ประโยชน์มากล้น รับประทานแค่ 1 หัวเล็กๆ ก็ทำให้เราอิ่มนานไม่กลัวอ้วน มีวิตามินหลายชนิด ต่อต้านอนุมูลอิสระ ใยอาหารมาก ช่วยต้านเซลล์มะเร็ง มีเบต้แคโรทีนและสารต้านอนุมูลอิสระทำให้ไม่แก่เร็ว แต่ก็อย่าทานเกินที่บอกนะค่ะ ไม่งั้นลดน้ำหนักไม่สำเร็จไม่รู้ด้วยนะ


ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

“กินข้าวนอกบ้าน” อุปสรรคตัวร้ายของคนควบคุมอาหาร



อยู่เมืองไทยก็ดีไปอย่าง อาหารการกินหาได้ง่ายดายแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะมื้อไหนๆ ก็สามารถเดินออกนอกบ้านมาทานร้านข้างทางได้อย่างแสนสะดวก เสียงสั่งอาหารมื้อค่ำที่ได้ยินจนคุ้นหูอย่าง “ข้าวขาหมูจานค่ะ” ก็มักจะได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว

พร้อมเสิร์ฟตรงหน้าด้วยข้าวจานโตที่มาพร้อมกับเนื้อหมูและชั้นไขมันที่หั่นพอดีคำ ข้างจานมีไข่ต้ม คะน้าใบเขียวและราดด้วยน้ำขาหมูเข้มข้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ข้าวขาหมู” ก็คงเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆคนเช่นกัน

ในหลายปีที่ผ่านมา ไลฟ์สไตล์การดำรงชีวิตของคนเมืองในประเทศได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนการทำอาหารได้กลายมาเป็นเทรนด์งานอดิเรกมากกว่าจะเป็นกิจวัตรในชีวิตประจำวันเหมือนสมัยก่อน ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าคนไทยทานอาหารนอกบ้านมากถึง 13 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนเครือข่ายลดบริโภคเค็ม โครงการขับเคลื่อนรณรงค์เพื่อลดการบริโภคเกลือ (โซเดียม) ในประเทศไทย ได้แสดงผลการศึกษาว่าคนไทยกว่า 70% มักจะทานอาหารนอกบ้าน หรือซื้ออาหารจากนอกบ้านกลับมารับประทาน ซึ่งก็หมายความว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่คนทานอาหารนอกบ้านมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ซูซาน โบเวอร์แมน ที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ ให้ความเห็นว่า “มากกว่าหนึ่งในสามของแคลอรี่ที่เราได้รับทั้งหมด และ 40% ของไขมันที่เราบริโภคเข้าไป ล้วนมาจากอาหารที่รับประทานนอกบ้านทั้งสิ้น และแน่นอนว่าอาหารจานด่วนเป็นแหล่งให้แคลอรี่มากกว่าเมนูอื่นๆ”

“ส่วนมากแล้ว ร้านอาหารมักปรุงอาหารโดยไม่คำนึงปริมาณไขมันในอาหาร และเติมเสริมรสชาติเต็มที่ ทั้งยังใช้วัตถุดิบที่ราคาไม่แพงมากมาประกอบอาหาร” ซูซานกล่าวเสริม

ด้วยเหตุที่คนไทยชอบทานอาหารนอกบ้านนี่เอง จึงทำให้ประเทศไทยติดหนึ่งในห้าประเทศในเอเชียแปซิฟิกที่มีจำนวนคนน้ำหนักเกินมากที่สุด และกระทรวงสาธารณสุขเคยได้คาดการณ์อีกด้วยว่าประเทศเราอาจมีคนน้ำหนักเกินกว่าเกณฑ์มากถึง 21 ล้านคนในอนาคต

การที่คนไทยชอบทานอาหารนอกบ้าน แถมยังมีอาหารสำเร็จรูปให้เลือกซื้ออยู่แทบทุกที่ จึงอาจจะเป็นสาเหตุหลักให้ความอ้วนถามถึง กระทรวงสาธารณสุขให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในแต่ละปีนั้น เราบริโภคน้ำตาลมากถึง 30 กิโลกรัมต่อคน เพราะส่วนใหญ่แล้ว เรามักเติมน้ำตาลในมื้ออาหารอยู่เสมอ รสชาติที่ได้อาจจะอร่อยถูกใจ แต่ปริมาณน้ำตาลที่ได้รับ รวมแล้วสูงกว่า 3 เท่าของปริมาณน้ำตาลที่แนะนำเสียอีก สำหรับเกลือก็เช่นเดียวกัน โดยเราบริโภคเกลือมากถึง 10.8 กรัมต่อวัน สูงกว่าปริมาณที่แนะนำ 2 เท่า การรับประทานเกลือมากเกินไปเป็นเวลานานจะทำให้เกิดภาวะการคั่งของน้ำและปัญหาความดันโลหิต ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคร้ายแรงอื่นๆ

ทั้งหมดนี้ทำให้การทานอาหารนอกบ้านเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับคนที่กังวลเรื่องปริมาณแคลอรี่ที่บริโภคในแต่ละวัน หากเราทำอาหารทานเอง ย่อมเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เลือกได้ว่า “มื้อนี้ขอปลานึ่งแทนปลาทอด” หรือกำหนดได้ว่า “ข้าวผัดจานนี้ขอใส่น้ำมันน้อยหน่อย” แต่กับร้านอาหารที่เราทานนอกบ้าน เราจะทราบได้อย่างไรว่าอาหารจานนั้นปรุงตามข้อกำหนดที่เราต้องการหรือไม่

ขั้นตอนแรกที่ดีและแสนง่ายคือการเลี่ยงการทานอาหารที่ร้านฟาสต์ฟู้ด แต่ให้เลือกร้านที่คุณสามารถบอกกับพ่อครัวหรือแม่ครัวได้ว่าอยากทานอย่างไร หรือปรุงอาหารอย่างไร ขั้นที่สอง คือการลองหันมาทานอาหารไทยที่ดีต่อสุขภาพอย่างส้มตำ ต้มยำกุ้งน้ำใส หรือต้มแซบ เพราะมีปริมาณไขมันที่น้อยกว่า แถมยังได้รสชาติที่ถูกปากด้วย

“แค่วางแผนนิดหน่อย คุณเองก็สามารถทานอาหารแบบสุขภาพดีแม้จะต้องไปทานนอกบ้านก็ตาม” ที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์กล่าวย้ำ
ซูซานได้อธิบายถึงทางเลือกที่ดูจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับคนที่ห่วงคำนวณแคลอรี่ของอาหารที่ตักเข้าปากในแต่ละมื้อไว้ว่า“การทดแทนมื้ออาหารด้วยตัวช่วยต่างๆ ที่ตอบโจทย์ในเรื่องโภชนาการ แต่ให้แคลอรี่ในระดับที่ควบคุมได้ ซึ่งในปัจจุบันก็เป็นความโชคดีของผู้บริโภคที่ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้พัฒนาให้ทางเลือกกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จึงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดูแลสุขภาพและโภชนาการของตนเองได้ในความเร่งรีบของวิถีชีวิตการทำงานในปัจจุบัน”


ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก gigail.com
Read More

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

3 วิธีง้าย-ง่าย ทลายห่วงยางรอบเอว


หน้าท้องยื่น ๆ คงไม่มีคุณสาว ๆ คนไหนปรารถนาสักเท่าไหร่

คลายเครียดลดคอร์ติซอล


      เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเครียด คุณกำลังเพิ่มขนาดห่วงยางส่วนตัวให้ขยายใหญ่ขึ้น เพราะฮอร์โมน "คอร์ติซอล" ที่ร่างกายหลั่งออกมา จะกระตุ้นให้คุณหิวและอยากอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาลที่ให้พลังงานสูง ๆ นอกจากนี้ งานวิจัยหลายชิ้นก็คอนเฟิร์มแล้วว่า ระดับคอร์ติซอลที่พุ่งสูงขึ้นมีความสัมพันธ์กับปริมาณไขมันรอบเอวที่จะสูงขึ้นตามไปด้วย

How to : 

      
นอนแต่หัวค่ำ แค่นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง คอร์ติซอลในกระแสเลือดก็จะน้อยกว่าคนที่นอนน้อยกว่าถึง 50% แต่ถ้าหาเวลาหลับยาว ๆ ได้ไม่พอจริง ๆ การงีบในช่วงกลางวันก็พอจะช่วยลดคอร์ติซอลได้

      
ทำสปาชิล ๆ นอกจากจะผ่อนคลายความปวดเมื่อยแล้ว งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยไมอามี ยังชี้ว่า การนวดบำบัดเพียงไม่กี่สัปดาห์สามารถลดระดับคอร์ติซอลได้ถึง 1 ใน 3 

    
  เคี้ยวหมากฝรั่ง หากไม่มีเวลาให้พักก็หยิบหมากฝรั่งขึ้นมาเคี้ยวสิ ! การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยให้ระดับคอร์ติซอลลดลงถึง 12% และยังเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดได้อีกด้วย

กินผักผลไม้เพิ่มไฟเบอร์

      สิ่งสำคัญที่สุดในการกำจัด
ไขมันส่วนเกินรอบเอว ไม่ใช่การอดอาหาร แต่ต้องใส่ใจกับสิ่งที่กินต่างหาก นอกจากจะต้องเลี่ยงของมัน ๆ หวาน ๆ เหมือนกับเวลาลดน้ำหนัก แล้ว คุณปาล์ม-ขัตติยา ประชาเดชะ นักโภชนาการจากศูนย์สุขภาพและความงามอะเมทิส ยังแนะนำให้คุณกินไฟเบอร์ให้มาเป็นพิเศษ

      "คนที่อ้วนลงพุงส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะระบบขับถ่ายไม่ค่อยดี ต้องกินผลไม้เปรี้ยว ๆ อย่างส้ม แอปเปิลเขียว และก็ผักทุกอย่างกินได้ไม่จำกัด ไฟเบอร์ในอาหารกลุ่มนี้จะช่วยในการดูดซับไขมันและกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายของคุณดีขึ้น รวมทั้งอาจจะเพิ่มการกินโยเกิร์ตรสธรรมชาติสูตรไขมันต่ำผสมธัญพืช เอาไว้กินตอนเช้าสักวันละถ้วย เพื่อช่วยปรับสมดุลในลำไส้ก็ได้"

      How to : 
มื้อเช้า โจ๊กหมูใส่ไข่ หรือโยเกิร์ตใส่ธัญพืชและแอปเปิล 1 ผล มื้อกลางวัน สุกี้หรือก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ และผลไม้น้ำตาลต่ำ 1 ผล มื้อเย็น สเต็กปลา หรือสลัดผัก (ถ้ากินดึกก็ควรกินแค่สลัดก็พอค่ะ)

พิลาทีส...สลายพุง

      อยากให้หน้าท้องกระชับยังไงก็ต้องออกกำลังกาย ริญญ์ลภัส นิยม เทรนเนอร์จาก WE Fitness Society แนะนำว่าต้องใช้การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายบริหารหน้าท้องโดยเฉพาะ ซึ่งพิลาทีสเองก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะจะเน้นบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Core Muscle) ให้แข็งแรง จะทำพิลาทีสต่อเนื่องให้เป็นคาร์ดิโอก็ได้นะ

      How to : 

    
  Roll Up นอนหงายยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ หายใจเข้าพร้อมเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาด้านในและหน้าท้องให้แน่น ยกศีรษะและลำตัวส่วนบนขึ้นแล้วหายใจออก พร้อมยกช่วงอกขึ้นช้า ๆ จนหัวไหล่อยู่ตรงกับสะโพก จินตนาการเหมือนกำลังโอบบอลลูกใหญ่ไว้ จากนั้นเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องแล้วค่อย ๆ นอนลงช้า ๆ ทำซ้ำ 10 ครั้ง

      
Teaser นอนหงายแล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้น เหยียดแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ หายใจออกพร้อมเกร็งหน้าท้อง เพื่อยกเเละเหยียดเเขนพร้อมม้วนแผ่นหลังขึ้นจนขึ้นมานั่งเป็นรูปตัววีแล้วหายใจเข้า ค่อย ๆ ลงไปนอนในท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 6 ครั้ง

      Note :

      การหายใจที่ถูกต้องควรหายใจเข้าทางจมูกให้ซี่โครงขยายออกด้านข้าง และหายใจออกทางปากพร้อมดึงสะดือไปหากระดูกสันหลัง 

      หากหาเวลาไปออกกำลังกายไม่ได้ การแขม่วพุงเอาไว้ตลอดเวลาก็ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องได้เหมือนกัน



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการ ลดน้ำหนัก จาก thaiza.com 
Read More

บรรเทาความหิวยามดึกแบบไม่รู้สึกผิด


       กินดึกไม่ดีใครๆ ก็รู้ แต่ถ้าความหิวไม่ปราณี แสบท้องจนนอนไม่ได้ จะทำยังไงดีล่ะ?! อะไรกินได้และอะไรกินไม่ได้

      กินได้   

    น้ำเต้าหู้
      น้ำเต้าหู้ที่มีขายทั่วไปในตลาดโต้รุ่ง เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับบรรเทาความหิวยามกลางคืน นอกจากจะอุ่นท้องแล้ว ยังมีกรดอะมิโนทริปโตฟานที่ช่วยให้คุณหลับสบายอีกด้วย ควรเลือกดื่มแบบที่ไม่เติมน้ำตาลและธัญพืชอะไรเลย ระบบย่อยจะได้ไม่ต้องทำงานหนักมากนัก แต่หากติดหวานก็พออนุโลมให้ใส่น้ำตาลได้ 1 ช้อนชา

    ส้ม
       ส้มเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารมากมายทั้งวิตามินเอ บี ซี และอื่นๆ แต่ก็มีน้ำตาลสูงเช่นกัน เวลากินต้องกินทั้งผลเท่านั้น ไม่ควรดื่มเฉพาะน้ำส้มคั้น เพราะจะให้น้ำตาลในปริมาณเกินพอดี หากคุณกินแล้วต้องกลับไปทำงานต่อ รสเปรี้ยวๆ หน่อยของส้มจะช่วยลดความเครียดและทำให้คุณรู้สึกสดชื่นขึ้น

    แอปเปิ้ล
       ถ้าเป็นแอปเปิ้ลเขียวก็ดี แต่ถ้าไม่มี แอปเปิ้ลแดงก็ได้ เพราะผลไม้ชนิดนี้มีใยอาหารสูง ทำให้คุณอิ่มท้อง แต่มีแคลอรีค่อนข้างต่ำ ลูกขนาดประมาณหนึ่งกำมือให้พลังงานไม่ถึง 60 แคลอรีด้วยซ้ำ

    น้ำเปล่า 
       หากคุณจำเป็นต้องอยู่ดึก ควรจิบน้ำเปล่าเรื่อยๆ เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ และให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นลองดื่มน้ำสักแก้วสองแก้ว รอสัก 10 นาที หากท้องยังร้องไม่หยุด ค่อยตรงเข้าไปค้นตู้เย็นหาตัวช่วยบรรเทาความหิวอื่นๆ

       อย่าได้กินเด็ดขาด

    กล้วยหอม 
      กล้วยหอมจัดเป็นอาหารเพิ่มพลังงาน เพราะมีแคลอรีสูงมากถึงประมาณ 100 แคลอรีต่อผล เคยมีผลจากการวิจัยพบว่าแค่กล้วยหอมเพียง 2 ผล ก็สามารถให้พลังงานได้มากถึง 90 นาที แม้กล้วยหอมจะอุดมไปด้วยโพแทสเซียมที่เหมาะกับคนที่มีอาการบวมน้ำ ก็ไม่ใช่อาหารที่เหมาะสำหรับรับประทานยามใกล้เข้านอนอยู่ดี

    โจ๊ก
      คุณอาจคิดว่าอาหารอ่อนๆ อย่างโจ๊กหรือข้าวต้ม เป็นอาหารย่อยง่ายเหมาะกับการกินยามดึก แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย ทั้งสองอย่างให้พลังงานที่ค่อนข้างสูง แถมเนื้อสัตว์ที่ใส่ลงไปยังทำให้ระบบย่อยต้องทำงานหนักอีกด้วย

    นม/โยเกิร์ต
      นมวัวและโยเกิร์ตมีไขมันจากสัตว์ซึ่งจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในย่อยมากกว่าน้ำเต้าหู้ เหมาะสำหรับกินในยามเช้ามากกว่ากลางดึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโยเกิร์ต ถ้าเป็นรสธรรมชาติอาจจะพอโอ.เค. แต่ถ้าเป็นรสต่างๆ ที่ผสมผลไม้เชื่อมลงไป น้ำตาลก็จะยิ่งพุ่งสูง



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดน้ำหนักจาก thaiza.com
Read More

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ลดน้ำหนัก ด้วยหลัก 3 อ.



ลดน้ำหนัก ทำได้ง่ายๆ ไม่ยากด้วยหลัก 3 อ. ได้แก่ อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์
ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก
อาหาร
1. กินให้ครบทั้ง 3 มื้อ ต้องไม่งดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง
2. เลือกกินอาหารพลังงานต่ำ หรือลดปริมาณอาหารทุกมื้อที่กิน
3. กินผัก ผลไม้รสไม่หวานในมื้ออาหารให้มากขึ้น
4. หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม
5. เคี้ยวอาหารช้าๆ ใช้เวลาเคี้ยวประมาณ 30 ครั้งต่อ 1 คำ
ออกกำลังกาย
1. แค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย
2. ออกกำลังกายแบบแอโรบิค อย่างต่อเนื่องนานกว่า 45 นาทีขึ้นไป 5 วันต่อสัปดาห์ จะเป็นเดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ ขี่จักรยาน หรือว่ายน้ำ ฯลฯ
3. เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์
4. เพิ่มการเดินให้ได้ 2,000 ก้าวต่อวัน
อารมณ์
อารมณ์มุ่งมั่นต่อเป้าหมายลดน้ำหนัก ต้องมีจิตใจที่มั่นคง หากไม่สามารถควบคุมอารมณ์และความรู้สึกได้ จะทำให้ล้มเลิกความคิดในการลดน้ำหนักในที่สุด โดยหลักในการควบคุมอารมณ์และความรู้สึกขณะลดน้ำหนัก มีดังนี้ 
สกัด  สกัดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้หิว
สะกด สะกดใจไม่ให้บริโภคเกิน
สะกิด ให้คนรอบข้างช่วยเหลือ และเป็นกำลังใจขณะลดน้ำหนัก

ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก จาก สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข




Read More

คุณ ‘อ้วนลงพุง’ หรือเปล่า


          การรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูงเกินความต้องการของร่างกาย และการไม่ออกกำลังกาย หรือมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวออกแรงน้อย อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน ซึ่งไม่เฉพาะการมีน้ำหนักตัวมากเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาวะที่มีไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มมากขึ้น อันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต เบาหวาน และความดันโลหิตสูง
          โรคอ้วนลงพุง เป็นภาวะที่มีการสะสมของไขมันในช่องท้องมากเกินไป เกิดจากการเผาผลาญอาหารผิดปกติ ไขมันหน้าท้องแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระ ซึ่งจะยับยั้งกระบวนการเผาผลาญกลูโคสที่กล้ามเนื้อ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ตีบ หรืออุดตัน
          แต่ถึงแม้ว่าไขมันจะเป็นสาเหตุของโรคอ้วนและโรคเรื้อรังต่าง ๆ ไขมันก็ยังคงเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ เพื่อให้ความอบอุ่นและเปรียบเสมือนตัวกันกระแทกให้กับร่างกาย แต่หากมีไขมันสะสมในร่างกายมากเกินไป กล่าวคือ ในผู้หญิงพบมากกว่า 30% และในผู้ชายพบมากกว่า 25% ถือว่าเป็นโรคอ้วน และถ้ารอบเอวเพิ่มขึ้นทุก ๆ 5 เซนติเมตร จะยังเพิ่มโอกาสการเป็นโรคเบาหวานได้มากถึง 3-5 เท่า
        แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอ้วน วิธีการทำได้ง่าย ๆ โดยการวัดส่วนสูง น้ำหนักตัว และเส้นรอบเอวแล้วนำมาพิจารณาดังนี้
          1) น้ำหนักตัวที่เหมาะสมเทียบกับส่วนสูง
          น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงเท่ากับ ส่วนสูง (เซนติเมตร) ลบ 110
          น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ที่เหมาะสมสำหรับผู้ชายเท่ากับ ส่วนสูง (เซนติเมตร) ลบ 100
          ตัวอย่างเช่น เปิ้ลสูง 155 เซนติเมตร น้ำหนักที่เหมาะสมคือ 155-110 = 45 กิโลกรัม ดังนั้น ถ้าน้ำหนักปัจจุบันของเปิ้ล มากกว่า 45 กิโลกรัม แสดงว่าน้ำหนักมากกว่าที่ควรจะเป็น
          2) ดัชนีมวลกาย
          ดัชนีมวลกาย (กิโลกรัมต่อเมตร) เท่ากับ น้ำหนัก (กิโลกรัม) ต่อ ส่วนสูง (เมตร)
          ดัชนีมวลกายที่เหมาะสมทั้งผู้หญิงและชาย คือ 18.5-22.9 กิโลกรัมต่อเมตร
          หากน้อยกว่า 18.5 หมายถึงผอม หากมากกว่า 22.9 ขึ้นไปถึง 24.9 หมายถึงน้ำหนักเกิน และหากมากกว่า 25 ขึ้นไป ถือว่าอ้วน
         3) เส้นรอบเอว
          ค่าปกติของเส้นรอบเอวสำหรับผู้หญิง ไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร หรือ 32 นิ้ว
          ค่าปกติของเส้นรอบเอวสำหรับผู้ชาย ไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร หรือ 36 นิ้ว
          การวินิจฉัยว่าอ้วนลงพุง จะวัดจากเส้นรอบเอวร่วมกับปัจจัยเสี่ยง ต่าง ๆ เพิ่มเติมดังนี้ ความดันโลหิต 130 ต่อ 85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป, น้ำตาลในเลือดหลังงดอาหาร 100 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตรขึ้นไป, คอ เลสเตอรอลชนิดดี (เอชดีแอล) ต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในผู้หญิงหรือต่ำกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในผู้ชาย และไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป
          คำถามต่อมาก็คือ เราจะมีวิธีในการควบคุมน้ำหนัก เส้นรอบเอว ปริมาณไขมันได้อย่างไร
          ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ความไม่สมดุลของพลังงานที่ได้รับจากการทานอาหารและพลังงานที่ร่างกายใช้ไปในกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทานอาหารที่มากเกินความต้องการของร่างกาย ทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับตัวเองดังคำกล่าวที่ว่า "สุขภาพของท่านเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ท่านกิน"
          อีกทั้งในแต่ละวันร่างกายมีความต้องการพลังงานของแต่ละคนแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ภาวะโภชนาการ และระดับกิจกรรมการเคลื่อนไหวออกแรง หรือการออกกำลังกาย วิธีการประมาณความต้องการพลังงานสามารถคิดได้ดังนี้
          ความต้องการพลังงาน (แคลอรี่ ต่อ วัน) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)  30
         ถ้ามีน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ความต้องการพลังงานคือ 50 30 =  1500 แคลอรี่ต่อวัน
          นั่นคือต้องได้รับพลังงาน 1500 แคลอรี่ต่อวัน เพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ในกรณีที่มีดัชนีมวลกายปกติ โดยทั่วไป การทานอาหาร 3 มื้อ มื้อละ 500 แคลอรี่ อย่างไรก็ตามในความเป็นจริง อาจทานอาหารที่มีพลังงานค่อนข้างมากในมื้อใดมื้อหนึ่ง เช่น มื้อเช้า หรือมื้อเที่ยง และพลังงานน้อยลงในมื้อที่เหลือ
          หลักสำคัญในการควบคุมสมดุลพลังงานหรือควบคุมปริมาณพลังงานทั้งวันให้เป็นไปตามที่ควรได้รับ หากได้รับพลังงานมากเกินไป จะต้องมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวออกแรง หรือการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีการเผาผลาญพลังงานสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกิดสมดุลพลังงานได้ในที่สุด
          โดยทั่วไป การออกกำลังกายควรทำให้ได้ 2-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยอาจเป็นวันละประมาณ 1 ชั่วโมง วันเว้นวันการออกกำลังกายมีหลายรูปแบบให้ผลแตกต่างกัน เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือวิ่ง ช่วยฝึกความทนของปอดและหัวใจสำหรับการออกกำลังกายใช้แรงต้าน เช่นการยกน้ำหนัก หรือซิทอัพ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ส่วนการเดินการทำงาน ทำอาชีพหรืองานอดิเรกที่ต้องออกแรง จัดเป็นกิจกรรมการเคลื่อนไหวออกแรง ซึ่งควรทำให้ได้ทุกวัน หรือเกือบทุกวัน หลักในการออกกำลังกายคือทำช้า ๆ มีช่วงพักและเมื่อเริ่มล้าให้หยุด



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับการลดความอ้วน จาก thaihealth.or.th




Read More
© ผู้หญิงวันนี้ All rights reserved | Theme Designed by Seo Blogger Templates